วิธีเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. ลดความเสี่ยง จดแจ้งผ่านง่าย
อัพเดทล่าสุด: 15 พ.ค. 2026
0 ผู้เข้าชม

วิธีเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. ลดความเสี่ยง จดแจ้งผ่านง่าย
การจดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้ดูแค่ชื่อสินค้า หรือฉลากเท่านั้น แต่ “ส่วนผสม” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะหากพบสารต้องห้าม หรือใช้สารควบคุมเกินปริมาณที่กำหนด อาจทำให้จดแจ้งไม่ผ่าน ถูกเรียกเอกสารเพิ่ม หรือร้ายแรงถึงขั้นถูกดำเนินคดีได้
บทความนี้จะพาเจ้าของแบรนด์มือใหม่ และผู้ที่กำลังสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง มาดูวิธีเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. เพื่อช่วยลดปัญหา และเพิ่มโอกาสให้การจดแจ้งผ่านได้ง่ายขึ้น
สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง คืออะไร?
สารต้องห้าม คือ สารที่สำนักงาน อย. กำหนดห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น ระคายเคือง ผิวไหม้ สะสมในร่างกาย หรือส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
หากตรวจพบสารเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ อาจถูก:
- ปฏิเสธการจดแจ้ง
- สั่งเรียกคืนสินค้า
- ปรับ หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
- กระทบความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ตัวอย่างสารต้องห้ามที่พบบ่อยในเครื่องสำอาง
1. สารปรอท (Mercury)
มักพบในครีมหน้าขาว หรือผลิตภัณฑ์ลดฝ้า มีอันตรายต่อระบบประสาทและไต
2. ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
ใช้ลดเม็ดสีผิว แต่หากใช้ผิดประเภทหรือเกินกำหนด อาจทำให้ผิวบางและเกิดการระคายเคือง
3. กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid)
เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มยา ไม่อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางทั่วไป
4. สเตียรอยด์ (Steroids)
มักแอบผสมในครีมลดสิวหรือครีมหน้าขาว ทำให้ผิวติดสารและเกิดผลข้างเคียงระยะยาว
5. Hexachlorophene
เป็นสารฆ่าเชื้อที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาท
วิธีเช็กสารต้องห้ามก่อนยื่น อย.
ตรวจสอบสูตรจากโรงงานผู้ผลิต
ก่อนเริ่มจดแจ้ง ควรขอเอกสารสูตรผลิตภัณฑ์ หรือ Formula จากโรงงาน เพื่อดูรายชื่อส่วนผสมทั้งหมด (Ingredient List)
ควรตรวจสอบว่า:
- มีชื่อสารที่เข้าข่ายต้องห้ามหรือไม่
- มีสารควบคุมปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
- ชื่อสารตรงตามมาตรฐาน INCI Name หรือไม่
เช็กประกาศสารต้องห้ามจาก อย.
สำนักงาน อย. จะมีการอัปเดตรายชื่อสารห้ามใช้ และสารควบคุมอยู่เสมอ เจ้าของแบรนด์ควรติดตามประกาศล่าสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะกลุ่ม:
- สารกันเสีย
- สี
- น้ำหอม
- สารกันแดด
- สารไวท์เทนนิ่ง
ตรวจสอบชื่อสารด้วย INCI Name
เครื่องสำอางทุกชนิดต้องใช้ชื่อสารตามมาตรฐานสากล หรือ INCI Name ในการยื่นจดแจ้ง
ตัวอย่างเช่น:
- Vitamin E = Tocopheryl Acetate
- Niacinamide = Vitamin B3
- Salicylic Acid = BHA
หากใช้ชื่อผิด หรือใช้ชื่อทางการค้าแทน อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับได้
ส่งตรวจวิเคราะห์ในห้อง Lab
หากเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นเอง หรือรับผลิตจากโรงงานที่ยังไม่มีเอกสารครบ ควรส่งตรวจวิเคราะห์สารต้องห้ามในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนยื่น อย.
การตรวจ Lab ช่วย:
- ลดความเสี่ยงจดแจ้งไม่ผ่าน
- เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์
- ป้องกันปัญหาสุ่มตรวจหลังวางขาย
ระวัง “สารแฝง” จากวัตถุดิบนำเข้า
บางครั้งวัตถุดิบจากต่างประเทศอาจมีสารต้องห้ามปนเปื้อน หรือมีชื่อการค้าที่ไม่ตรงกับมาตรฐาน อย. ไทย
ดังนั้นควรขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น:
- COA (Certificate of Analysis)
- MSDS / SDS
- Technical Data Sheet
- เพื่อใช้ตรวจสอบก่อนนำมาใช้จริง
หากใช้สารผิด จะมีโทษอย่างไร?
หากตรวจพบสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง อาจมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึง:
- ถูกสั่งระงับจำหน่ายสินค้า
- ถูกเรียกคืนสินค้า
- ปรับหลักแสนบาท
- เสียชื่อเสียงแบรนด์ในระยะยาว
ดังนั้นการตรวจสอบสารก่อนยื่น อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
สรุป
การเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การจดแจ้งผ่านได้ง่าย ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
เจ้าของแบรนด์ควร:
- ตรวจสอบสูตรจากโรงงาน
- เช็กสารต้องห้ามตามประกาศ อย.
- ใช้ชื่อสารแบบ INCI Name
- ส่งตรวจ Lab หากไม่มั่นใจ
- ตรวจสอบเอกสารวัตถุดิบทุกครั้ง
หากต้องการให้การจดแจ้งเครื่องสำอางเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความผิดพลาด การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงได้มาก
การจดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้ดูแค่ชื่อสินค้า หรือฉลากเท่านั้น แต่ “ส่วนผสม” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะหากพบสารต้องห้าม หรือใช้สารควบคุมเกินปริมาณที่กำหนด อาจทำให้จดแจ้งไม่ผ่าน ถูกเรียกเอกสารเพิ่ม หรือร้ายแรงถึงขั้นถูกดำเนินคดีได้
บทความนี้จะพาเจ้าของแบรนด์มือใหม่ และผู้ที่กำลังสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง มาดูวิธีเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. เพื่อช่วยลดปัญหา และเพิ่มโอกาสให้การจดแจ้งผ่านได้ง่ายขึ้น
สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง คืออะไร?
สารต้องห้าม คือ สารที่สำนักงาน อย. กำหนดห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น ระคายเคือง ผิวไหม้ สะสมในร่างกาย หรือส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
หากตรวจพบสารเหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ อาจถูก:
- ปฏิเสธการจดแจ้ง
- สั่งเรียกคืนสินค้า
- ปรับ หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
- กระทบความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ตัวอย่างสารต้องห้ามที่พบบ่อยในเครื่องสำอาง
1. สารปรอท (Mercury)
มักพบในครีมหน้าขาว หรือผลิตภัณฑ์ลดฝ้า มีอันตรายต่อระบบประสาทและไต
2. ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
ใช้ลดเม็ดสีผิว แต่หากใช้ผิดประเภทหรือเกินกำหนด อาจทำให้ผิวบางและเกิดการระคายเคือง
3. กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid)
เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มยา ไม่อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางทั่วไป
4. สเตียรอยด์ (Steroids)
มักแอบผสมในครีมลดสิวหรือครีมหน้าขาว ทำให้ผิวติดสารและเกิดผลข้างเคียงระยะยาว
5. Hexachlorophene
เป็นสารฆ่าเชื้อที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาท
วิธีเช็กสารต้องห้ามก่อนยื่น อย.
ตรวจสอบสูตรจากโรงงานผู้ผลิต
ก่อนเริ่มจดแจ้ง ควรขอเอกสารสูตรผลิตภัณฑ์ หรือ Formula จากโรงงาน เพื่อดูรายชื่อส่วนผสมทั้งหมด (Ingredient List)
ควรตรวจสอบว่า:
- มีชื่อสารที่เข้าข่ายต้องห้ามหรือไม่
- มีสารควบคุมปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
- ชื่อสารตรงตามมาตรฐาน INCI Name หรือไม่
เช็กประกาศสารต้องห้ามจาก อย.
สำนักงาน อย. จะมีการอัปเดตรายชื่อสารห้ามใช้ และสารควบคุมอยู่เสมอ เจ้าของแบรนด์ควรติดตามประกาศล่าสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะกลุ่ม:
- สารกันเสีย
- สี
- น้ำหอม
- สารกันแดด
- สารไวท์เทนนิ่ง
ตรวจสอบชื่อสารด้วย INCI Name
เครื่องสำอางทุกชนิดต้องใช้ชื่อสารตามมาตรฐานสากล หรือ INCI Name ในการยื่นจดแจ้ง
ตัวอย่างเช่น:
- Vitamin E = Tocopheryl Acetate
- Niacinamide = Vitamin B3
- Salicylic Acid = BHA
หากใช้ชื่อผิด หรือใช้ชื่อทางการค้าแทน อาจทำให้เอกสารถูกตีกลับได้
ส่งตรวจวิเคราะห์ในห้อง Lab
หากเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นเอง หรือรับผลิตจากโรงงานที่ยังไม่มีเอกสารครบ ควรส่งตรวจวิเคราะห์สารต้องห้ามในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนยื่น อย.
การตรวจ Lab ช่วย:
- ลดความเสี่ยงจดแจ้งไม่ผ่าน
- เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์
- ป้องกันปัญหาสุ่มตรวจหลังวางขาย
ระวัง “สารแฝง” จากวัตถุดิบนำเข้า
บางครั้งวัตถุดิบจากต่างประเทศอาจมีสารต้องห้ามปนเปื้อน หรือมีชื่อการค้าที่ไม่ตรงกับมาตรฐาน อย. ไทย
ดังนั้นควรขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น:
- COA (Certificate of Analysis)
- MSDS / SDS
- Technical Data Sheet
- เพื่อใช้ตรวจสอบก่อนนำมาใช้จริง
หากใช้สารผิด จะมีโทษอย่างไร?
หากตรวจพบสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง อาจมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึง:
- ถูกสั่งระงับจำหน่ายสินค้า
- ถูกเรียกคืนสินค้า
- ปรับหลักแสนบาท
- เสียชื่อเสียงแบรนด์ในระยะยาว
ดังนั้นการตรวจสอบสารก่อนยื่น อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
สรุป
การเช็กสารต้องห้ามในเครื่องสำอางก่อนยื่น อย. เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การจดแจ้งผ่านได้ง่าย ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
เจ้าของแบรนด์ควร:
- ตรวจสอบสูตรจากโรงงาน
- เช็กสารต้องห้ามตามประกาศ อย.
- ใช้ชื่อสารแบบ INCI Name
- ส่งตรวจ Lab หากไม่มั่นใจ
- ตรวจสอบเอกสารวัตถุดิบทุกครั้ง
หากต้องการให้การจดแจ้งเครื่องสำอางเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความผิดพลาด การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจด อย. ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงได้มาก
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าสมุนไพรต้องขอ อย. หรือไม่? รวมขั้นตอน เอกสาร และข้อกฎหมายเกี่ยวกับอาหารเสริมสมุนไพร ยาสมุนไพร และเครื่องสำอางสมุนไพร สำหรับผู้ประกอบการ
13 พ.ค. 2026
รวมขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทแบบละเอียด ตั้งแต่จองชื่อบริษัท เตรียมเอกสาร ยื่นจดทะเบียน จนเปิดธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
29 เม.ย. 2026
แนะนำขั้นตอนจด อย. แบบละเอียด พร้อมเทคนิคให้ผ่านเร็ว เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์อาหาร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ครบจบในบทความเดียว
25 พ.ย. 2025


