แชร์

วิธีตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่? คู่มือสำหรับผู้นำเข้าและผู้ผลิต ปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 4 มิ.ย. 2026
646 ผู้เข้าชม
ภาพประกอบการตรวจสอบประเภทเครื่องมือแพทย์ก่อนขึ้นทะเบียนกับ อย.

วิธีตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่? คู่มือสำหรับผู้นำเข้าและผู้ผลิต ปี 2569

การนำเข้า ผลิต หรือจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเคร่งครัด หนึ่งในคำถามที่ผู้ประกอบการพบได้บ่อยคือ “เครื่องมือแพทย์ของเราต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่?”

หลายธุรกิจเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ก่อนจำหน่าย แต่ในความเป็นจริง เครื่องมือแพทย์แต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน บางรายการต้องขึ้นทะเบียน บางรายการต้องเพียงจดแจ้งรายการละเอียด หรือบางกรณีอาจได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

หากดำเนินการผิดประเภท อาจทำให้เกิดปัญหาในการนำเข้า การจำหน่าย หรือถูกดำเนินการตามกฎหมายได้

บทความนี้จะอธิบายวิธีตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ของคุณต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่ พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์


เครื่องมือแพทย์คืออะไร?
ตามกฎหมายไทย เครื่องมือแพทย์ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุ หรือซอฟต์แวร์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการตรวจ วินิจฉัย ป้องกัน เฝ้าระวัง บำบัด หรือบรรเทาโรคและความผิดปกติของร่างกายมนุษย์

ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ เช่น
- หน้ากากอนามัยทางการแพทย์
- เครื่องวัดความดันโลหิต
- เครื่องวัดน้ำตาล
- เครื่องช่วยหายใจ
- ถุงมือแพทย์
- ชุดตรวจโรค
เ- ครื่องเอกซเรย์
- เตียงผู้ป่วย
- ซอฟต์แวร์ทางการแพทย์
- รถเข็นผู้ป่วย
ก่อนนำเข้าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ควรตรวจสอบก่อนว่าเข้าข่ายเป็น "เครื่องมือแพทย์" ตามนิยามของกฎหมายหรือไม่


ทำไมต้องตรวจสอบก่อนว่าเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่?
การตรวจสอบสถานะของผลิตภัณฑ์ก่อนดำเนินการมีความสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลต่อ
- ขั้นตอนการขออนุญาต
- เอกสารที่ต้องใช้
- ระยะเวลาดำเนินการ
- ค่าใช้จ่าย
- การนำเข้าสินค้า
- การวางจำหน่ายในประเทศไทย

หากเลือกประเภทผิด อาจทำให้
- เอกสารถูกตีกลับ
- นำเข้าสินค้าไม่ได้
- สินค้าถูกอายัด
- ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

เครื่องมือแพทย์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท?
ภายใต้ระบบกำกับดูแลปัจจุบัน เครื่องมือแพทย์ถูกแบ่งตามระดับความเสี่ยง

Class 1 (ความเสี่ยงต่ำ)
ตัวอย่าง
- รถเข็นผู้ป่วย
- เตียงผู้ป่วย
- อุปกรณ์ช่วยเดินบางประเภท
มีข้อกำหนดด้านเอกสารน้อยกว่ากลุ่มอื่น


Class 2 (ความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง)
ตัวอย่าง
- เครื่องวัดความดัน
- เครื่องวัดอุณหภูมิ
- เครื่องพ่นยา
ต้องมีข้อมูลทางเทคนิคและเอกสารประกอบเพิ่มเติม


Class 3 (ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง)
ตัวอย่าง
- เครื่องช่วยหายใจ
- ชุดตรวจวินิจฉัยบางประเภท
- อุปกรณ์ฝังในร่างกายบางชนิด
มีขั้นตอนการประเมินที่เข้มงวดมากขึ้น


Class 4 (ความเสี่ยงสูง)
ตัวอย่าง
- เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- อุปกรณ์ช่วยชีวิตบางประเภท
ต้องมีข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างละเอียด


วิธีตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่
1. ตรวจสอบวัตถุประสงค์การใช้งาน (Intended Use)
สิ่งแรกที่ อย. พิจารณาคือ "วัตถุประสงค์การใช้งาน"

ตัวอย่างเช่น
หากสินค้าถูกโฆษณาว่า
- ใช้วินิจฉัยโรค
- ใช้รักษาโรค
- ใช้ป้องกันโรค
- ใช้ติดตามอาการผู้ป่วย
มักเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ ในทางกลับกัน หากเป็นสินค้าทั่วไปที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ อาจไม่เข้าข่าย

2. ตรวจสอบเอกสารจากผู้ผลิต
เอกสารสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- Product Catalogue
- User Manual
- Product Specification
- Technical File
- Intended Use Statement
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยระบุว่าผลิตภัณฑ์ถูกจัดประเภทเป็นเครื่องมือแพทย์หรือไม่


3. ตรวจสอบรหัส GMDN หรือ EMDN
ผู้ผลิตต่างประเทศมักระบุ
- GMDN (Global Medical Device Nomenclature)
- EMDN (European Medical Device Nomenclature)
หากผลิตภัณฑ์มีรหัสดังกล่าว มักเป็นสัญญาณว่าถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์


4. ตรวจสอบฐานข้อมูลของ อย.
สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้จากฐานข้อมูลเครื่องมือแพทย์ที่เคยได้รับอนุญาตในประเทศไทย การค้นหาสินค้าประเภทเดียวกันช่วยให้เห็นแนวทางการจัดประเภทได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น


5. ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเครื่องมือแพทย์ในหลายกรณี สินค้าอาจอยู่ในกลุ่มที่ตีความได้หลายแบบ เช่น
- ซอฟต์แวร์สุขภาพ
- อุปกรณ์ IoT ด้านสุขภาพ
- Wearable Device
- AI Medical Software
จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาด้าน อย. เพื่อประเมินความถูกต้อง


เครื่องมือแพทย์ทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป

ปัจจุบันข้อกำหนดขึ้นอยู่กับ
- ประเภทสินค้า
- ระดับความเสี่ยง
- การจัดประเภทตามกฎหมาย

บางรายการอาจอยู่ในกลุ่ม
- จดแจ้งรายการละเอียด
- แจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์
- ขึ้นทะเบียน
- ขอใบอนุญาตนำเข้า
- ขอใบอนุญาตผลิต
จึงต้องวิเคราะห์เป็นรายผลิตภัณฑ์


ผู้นำเข้าต้องเตรียมอะไรบ้าง?
หากนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ
โดยทั่วไปควรเตรียม

เอกสารบริษัท
- หนังสือรับรองบริษัท
- ภ.พ.20
- หนังสือมอบอำนาจ
- เอกสารจากผู้ผลิต
- ISO 13485
- Free Sale Certificate
- Declaration of Conformity
- Product Catalogue
- User Manual

เอกสารด้านเทคนิค
- Technical File
- Risk Analysis
- Clinical Evidence (บางกรณี)

กรณีเจ้าของแบรนด์ OEM ต้องขึ้นทะเบียนเองหรือไม่?
หากสร้างแบรนด์เครื่องมือแพทย์ภายใต้ชื่อของตนเอง แม้จะใช้โรงงาน OEM ผลิต เจ้าของแบรนด์ยังต้องตรวจสอบว่า
- ใครเป็นผู้ถือใบอนุญาต
- ใครเป็นผู้ขึ้นทะเบียนสินค้า
- ใครรับผิดชอบด้านกฎหมาย
เรื่องนี้ควรระบุในสัญญาอย่างชัดเจน


ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการตรวจสอบเครื่องมือแพทย์
- คิดว่าสินค้าเป็นเพียงอุปกรณ์ทั่วไป
เช่น เครื่องวัดสุขภาพ , อุปกรณ์ตรวจร่างกาย , แอปพลิเคชันสุขภาพ , หลายกรณีเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์โดยไม่รู้ตัว

- ใช้ข้อมูลจากต่างประเทศโดยตรง
กฎหมายในแต่ละประเทศแตกต่างกัน สินค้าที่ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ในบางประเทศ อาจถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย

- ตรวจสอบเฉพาะชื่อสินค้า
สิ่งที่สำคัญกว่าชื่อ คือ วัตถุประสงค์การใช้งานและคำกล่าวอ้าง (Claim)

- นำเข้าสินค้าก่อนขออนุญาต
เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยและอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย


ใช้บริการที่ปรึกษาด้านเครื่องมือแพทย์ช่วยได้อย่างไร?
ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยในเรื่อง
- วิเคราะห์ประเภทสินค้า
- ตรวจสอบ Class ของเครื่องมือแพทย์
- จัดเตรียมเอกสาร
- ประสานงานกับผู้ผลิตต่างประเทศ
- ยื่นคำขอต่อ อย.
- ตรวจสอบฉลากและเอกสารกำกับ
- ช่วยลดความเสี่ยงในการยื่นผิดประเภทและลดระยะเวลาดำเนินการ


สรุป
การตรวจสอบว่าเครื่องมือแพทย์ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกัน

แนวทางเบื้องต้นคือการตรวจสอบวัตถุประสงค์การใช้งาน เอกสารจากผู้ผลิต ระดับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลทางเทคนิคต่าง ๆ ก่อนดำเนินการนำเข้าหรือวางจำหน่าย

หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์หรือจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน อย. และเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และช่วยให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด.


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอกสารการจด อย. เครื่องสำอาง พร้อมผลิตภัณฑ์สกินแคร์บนโต๊ะ
เหตุผลที่แบรนด์เครื่องสำอางควรใช้บริการรับจด อย. เครื่องสำอาง ช่วยลดความผิดพลาดในการยื่นเอกสาร ประหยัดเวลา และทำให้ผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมาย
21 เม.ย. 2026
ภาพกล่องสินค้านำเข้าวางบนโต๊ะ พร้อมเอกสาร ปากกา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และลูกโลก โดยมีท่าเรือคอนเทนเนอร์ เรือขนส่งสินค้า และเครื่องบินขนส่งอยู่ด้านหลัง สื่อถึงขั้นตอนการนำเข้าสินค้าและการขอ อย. สำหรับธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
รวมขั้นตอนนำเข้าสินค้าและการขอ อย. สำหรับอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และสินค้านำเข้า พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และข้อควรรู้สำหรับผู้นำเข้า
7 พ.ค. 2026
ภาพประกอบปัญหาที่ผู้ประกอบการพบระหว่างการจด อย. และขอ อย. สำหรับสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมแนวทางแก้ไขเพื่อให้การยื่นขออนุญาตผ่านได้ง่ายขึ้น
รวม 10 ปัญหาที่พบบ่อยในการขอ อย. ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ พร้อมแนวทางแก้ไข ช่วยให้การจด อย. ผ่านง่ายและรวดเร็ว
3 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy