การสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว เซรั่ม โลชั่น สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เครื่องสำอางแต่งหน้า หรือน้ำหอม นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ การจดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าเพื่อขาย
สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอาง ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หรือไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นดำเนินการอย่างไร สามารถใช้บริการรับจด อย. เครื่องสำอาง เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ เตรียมเอกสาร และดำเนินการยื่นคำขอตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการดำเนินงานด้านการจดแจ้งเครื่องสำอาง ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น การเตรียมรายละเอียดสูตรส่วนผสม การตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการยื่นคำขอและติดตามผล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
จด อย. เครื่องสำอาง คืออะไร?
การจด อย. เครื่องสำอาง เป็นคำที่ผู้ประกอบการนิยมใช้เรียกกระบวนการจดแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยคำเรียกตามกฎหมายคือ การจดแจ้งเครื่องสำอาง
ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเครื่องสำอางเพื่อขาย นำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อได้รับใบรับจดแจ้งแล้วจึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้
การจดแจ้งเป็นกระบวนการแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณหรือประสิทธิภาพของเครื่องสำอาง ดังนั้น ผู้ประกอบการยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของตน
เครื่องสำอางประเภทใดบ้างที่ต้องจดแจ้ง อย.?
ผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางและผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ต้องดำเนินการจดแจ้งตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
1. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า
- ครีมบำรุงผิวหน้า
- เซรั่มบำรุงผิว
- เอสเซนส์
- มอยส์เจอไรเซอร์
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า
- มาสก์บำรุงผิว
2. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย
- โลชั่นบำรุงผิว
- ครีมทาผิว
- บอดี้ออยล์
- ผลิตภัณฑ์ขัดผิว
- ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- ครีมบำรุงมือและเท้า
3. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย
- สบู่ก้อน
- สบู่เหลว
- ครีมอาบน้ำ
- เจลทำความสะอาดผิว
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ
4. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
- แชมพู
- ครีมนวดผม
- ทรีตเมนต์บำรุงผม
- เซรั่มบำรุงเส้นผม
- ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม
5. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแต่งหน้า
- รองพื้น
- แป้งแต่งหน้า
- ลิปสติก
- บลัชออน
- อายแชโดว์
- มาสคาร่า
- อายไลเนอร์
6. ผลิตภัณฑ์น้ำหอม
- น้ำหอม
- โคโลญจน์
- บอดี้มิสต์
- สเปรย์น้ำหอม
- ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่เข้าข่ายเครื่องสำอาง
ทั้งนี้ การพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ใดเข้าข่ายเครื่องสำอางหรือไม่ ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้ ลักษณะผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และข้อความกล่าวอ้างประกอบกัน ไม่สามารถพิจารณาจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว
ใครบ้างที่ต้องจดแจ้งเครื่องสำอาง?
ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อจำหน่าย ควรตรวจสอบหน้าที่ตามกฎหมายก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ โดยกลุ่มที่ต้องดำเนินการจดแจ้ง ได้แก่
- ผู้ผลิตเครื่องสำอางเพื่อขาย ผู้ประกอบการที่ผลิตเครื่องสำอางเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ
- ผู้นำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขาย ผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องสำอางสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
- ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิตเครื่องสำอางตามรายละเอียดและสูตรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อจำหน่าย
สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ว่าจ้างโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ดำเนินการในฐานะผู้จดแจ้ง และรายละเอียดในใบรับจดแจ้งสอดคล้องกับการประกอบธุรกิจจริงหรือไม่
เอกสารที่ใช้ในการจดแจ้งเครื่องสำอาง มีอะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารเป็นขั้นตอนสำคัญในการยื่นคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ยื่นต้องครบถ้วน ถูกต้อง และสอดคล้องกับประเภทผลิตภัณฑ์ รวมถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจของผู้ยื่นคำขอ
1. เอกสารของผู้ประกอบการ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีผู้จดแจ้งเป็นบุคคลธรรมดา
- เอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีผู้จดแจ้งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
- เอกสารแสดงข้อมูลผู้มีอำนาจดำเนินการ
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารประกอบ กรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
2. เอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
- ชื่อทางการค้าและชื่อเครื่องสำอาง
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์การใช้
- สูตรส่วนประกอบของเครื่องสำอาง
- รายละเอียดสารที่ใช้เป็นส่วนผสมและปริมาณตามที่เกี่ยวข้อง
- รูปแบบและลักษณะผลิตภัณฑ์
- รายละเอียดภาชนะบรรจุและขนาดบรรจุ
- ฉลากหรือเอกสารประกอบการพิจารณาในกรณีที่กำหนด
3. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิตหรือนำเข้า
- เอกสารแสดงสิทธิในการใช้สถานที่
- เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิตเครื่องสำอาง หรือสถานที่นำเข้าและเก็บรักษาเครื่องสำอาง
- แผนผังสถานที่และรายละเอียดพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารประกอบการตรวจประเมินสถานที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หมายเหตุ: รายการเอกสารข้างต้นเป็นแนวทางเบื้องต้น เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันตามสถานะของผู้ประกอบการ ประเภทผลิตภัณฑ์ และกรณีการผลิตหรือนำเข้า ควรตรวจสอบรายการเอกสารตามหลักเกณฑ์และคู่มือของ อย. ฉบับที่ใช้บังคับในวันที่ยื่นคำขอ
ขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย.
การจดแจ้งเครื่องสำอางมีขั้นตอนที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามลำดับ เพื่อให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างถูกต้องและลดปัญหาการแก้ไขข้อมูลในภายหลัง โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบข้อมูลและประเภทผลิตภัณฑ์
ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงพิจารณาวัตถุประสงค์การใช้ ชื่อผลิตภัณฑ์ สูตรส่วนผสม และข้อความกล่าวอ้างบนฉลากหรือสื่อโฆษณา
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบสูตรส่วนผสม
ตรวจสอบสูตรเครื่องสำอางและส่วนประกอบว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. หรือไม่ โดยต้องพิจารณารายการสารที่ห้ามใช้ รายการสารที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข และรายการสารที่มีข้อจำกัดในการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมเอกสารผู้ประกอบการและสถานที่
จัดเตรียมเอกสารของผู้จดแจ้ง พร้อมตรวจสอบข้อมูลสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าและเก็บรักษาเครื่องสำอางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 4 ยื่นคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง
จัดทำรายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามแบบคำขอจดแจ้งเครื่องสำอาง (แบบ จ.ค.1) และยื่นผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด พร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนที่ 5 เจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง และความสอดคล้องของรายละเอียดผลิตภัณฑ์ หากพบข้อมูลที่ต้องแก้ไขหรือมีเอกสารเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
ขั้นตอนที่ 6 รับใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง
เมื่อคำขอผ่านการพิจารณาและได้รับใบรับจดแจ้งแล้ว ผู้ประกอบการจึงสามารถดำเนินการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางตามรายละเอียดที่ได้รับจดแจ้ง โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
การจดแจ้งเครื่องสำอางสำหรับผลิตเองและจ้างโรงงานผลิต แตกต่างกันอย่างไร?
เจ้าของแบรนด์สามารถเลือกแนวทางการผลิตให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจได้ แต่การดำเนินการด้านกฎหมายและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องมีรายละเอียดแตกต่างกัน
- กรณีผลิตเครื่องสำอางเอง
ผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตเครื่องสำอางเองเพื่อจำหน่าย ต้องพิจารณาการดำเนินการเกี่ยวกับสถานที่ผลิต การตรวจประเมินสถานที่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การจัดเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ และการจดแจ้งเครื่องสำอางก่อนเริ่มผลิตเพื่อขาย
- กรณีจ้างโรงงานผลิตเครื่องสำอาง (OEM)
การจ้างโรงงาน OEM เป็นทางเลือกสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง โดยสามารถว่าจ้างโรงงานที่มีความพร้อมในการผลิตผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม การจ้างโรงงานผลิตไม่ได้หมายความว่าเจ้าของแบรนด์ไม่ต้องตรวจสอบเรื่องการจดแจ้ง ผู้ประกอบการควรตกลงบทบาทและหน้าที่ของผู้จดแจ้งกับโรงงานให้ชัดเจน ตรวจสอบใบรับจดแจ้ง และตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจริงตรงกับรายละเอียดที่จดแจ้งไว้
การจดแจ้งเครื่องสำอางนำเข้า ต้องดำเนินการอย่างไร?
ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าเครื่องสำอางสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ต้องดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอางก่อนนำเข้าเพื่อขายตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากการจดแจ้งผลิตภัณฑ์แล้ว ยังต้องตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับสถานที่นำเข้าและเก็บรักษาเครื่องสำอาง รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่างประเทศ เช่น
- ข้อมูลชื่อและรายละเอียดผลิตภัณฑ์
- สูตรส่วนประกอบของเครื่องสำอาง
- ข้อมูลผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต
- เอกสารแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต
- ข้อมูลฉลากและบรรจุภัณฑ์
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นำเข้าและเก็บรักษา
เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับกรณีการนำเข้าและหลักเกณฑ์ของ อย. ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนสั่งซื้อหรือดำเนินการนำเข้าสินค้า
ข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับสูตรเครื่องสำอาง
สูตรส่วนผสมเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการจดแจ้งเครื่องสำอาง ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าสารที่ใช้ในสูตรเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายเครื่องสำอาง โดยพิจารณาจากประกาศที่เกี่ยวข้อง เช่น
- รายการสารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
- รายการสารที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- รายการวัตถุกันเสียที่อนุญาตให้ใช้
- รายการสารป้องกันแสงแดดที่อนุญาตให้ใช้
- รายการสีที่อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอาง
นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของความเข้มข้น วิธีใช้ และข้อจำกัดเฉพาะของสารแต่ละชนิดตามประกาศที่ใช้บังคับ
การตรวจสอบสูตรอย่างละเอียดก่อนยื่นคำขอช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้สารที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม
ข้อกำหนดเกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอางที่ผู้ประกอบการต้องรู้
ฉลากเครื่องสำอางเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ และเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย และผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางต้องจัดให้มีฉลากตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยข้อความบนฉลากต้องตรงต่อความจริง ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ และต้องมีข้อความภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน
รายละเอียดบนฉลากที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีผลิตในประเทศ
- ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า รวมถึงชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต กรณีนำเข้า
- ปริมาณสุทธิ
- วิธีใช้และข้อแนะนำ
- คำเตือน (ถ้ามีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด)
- เดือนและปีที่ผลิต รวมถึงวันหมดอายุตามกรณีที่กฎหมายกำหนด
- เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต
- ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต
- ข้อความอื่นที่กฎหมายกำหนดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
ทั้งนี้ การจัดทำฉลากต้องตรวจสอบรายละเอียดตามประกาศเกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอางที่มีผลใช้บังคับ โดยเฉพาะข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
การโฆษณาเครื่องสำอางต้องระวังอะไรบ้าง?
นอกจากการจดแจ้งผลิตภัณฑ์แล้ว ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการโฆษณาเครื่องสำอางด้วย เนื่องจากข้อความที่ใช้ประชาสัมพันธ์สินค้าอาจส่งผลต่อการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในขอบข่ายเครื่องสำอางหรือเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น
ข้อความโฆษณาควรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเครื่องสำอาง ไม่กล่าวอ้างเกินจริง และไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างข้อความที่ควรระมัดระวัง ได้แก่
- การกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคหรือรักษาความผิดปกติของร่างกาย
- การกล่าวอ้างผลลัพธ์ที่เกินจริงหรือไม่มีหลักฐานรองรับ
- การใช้ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองประสิทธิภาพจาก อย.
- การใช้ข้อความที่อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทอื่น
การตรวจสอบข้อความกล่าวอ้างก่อนนำไปใช้บนฉลาก เว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม
จดแจ้งเครื่องสำอางแล้ว ต้องต่ออายุหรือแก้ไขข้อมูลหรือไม่?
ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางมีอายุและเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการควรตรวจสอบวันหมดอายุและดำเนินการต่ออายุตามระยะเวลาที่กำหนด หากต้องการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง
นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบรับจดแจ้ง เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ สูตรส่วนผสม หรือข้อมูลอื่นที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแก้ไข ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการใบรับจดแจ้งหรือดำเนินการจดแจ้งใหม่หรือไม่
ไม่ควรเปลี่ยนแปลงสูตรหรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อรายการจดแจ้งโดยไม่ตรวจสอบหลักเกณฑ์ก่อนดำเนินการ
ทำไมเจ้าของแบรนด์ควรใช้บริการรับจด อย. เครื่องสำอาง?
การจดแจ้งเครื่องสำอางมีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับสูตรส่วนผสม ชื่อผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า เอกสารผู้ประกอบการ และข้อกำหนดตามกฎหมาย หากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้ต้องแก้ไขคำขอและใช้เวลาในการดำเนินงานเพิ่มเติม
การใช้บริการรับจด อย. เครื่องสำอาง จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการผู้ช่วยดูแลด้านเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการ โดยมีประโยชน์ดังนี้
1. ช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นคำขอ ตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจดแจ้ง
2. ช่วยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง แนะนำเอกสารของผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ และสถานที่ตามกรณี
3. ช่วยตรวจสอบสูตรส่วนผสมเบื้องต้น ตรวจสอบข้อมูลส่วนผสมให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
4. ช่วยดูแลขั้นตอนการยื่นคำขอ ประสานงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้รับมอบหมาย
5. ช่วยติดตามสถานะคำขอ ตรวจสอบความคืบหน้าและประสานงานเมื่อมีประเด็นที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม
6. ช่วยลดความยุ่งยากสำหรับเจ้าของแบรนด์ ให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปดูแลการพัฒนาสินค้าและวางแผนการตลาดได้มากขึ้น
บริการรับจดแจ้งเครื่องสำอาง ดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนรับใบจดแจ้ง
หากคุณกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง หรือต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย แต่ยังไม่ทราบว่าจะต้องเริ่มดำเนินการอย่างไร เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้านการจดแจ้งเครื่องสำอางตามขอบเขตบริการที่ตกลงร่วมกัน
บริการของเราครอบคลุมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์
- แนะนำการเตรียมเอกสารประกอบคำขอ
- ตรวจสอบชื่อและรายละเอียดผลิตภัณฑ์
- ตรวจสอบข้อมูลสูตรส่วนผสมตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารสถานที่ผลิตหรือนำเข้า
- ดำเนินการยื่นคำขอจดแจ้งตามที่ได้รับมอบหมาย
- ติดตามผลและประสานงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
เราให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลและการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มจำหน่ายเครื่องสำอาง
เริ่มต้นจด อย. เครื่องสำอาง กับเรา
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางมือใหม่ ผู้ประกอบการที่จ้างโรงงาน OEM หรือธุรกิจที่ต้องการนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมด้านการจดแจ้งให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ
หากยังไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณต้องจดแจ้งอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หรือมีขั้นตอนเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและนำเข้าอย่างไร สามารถติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดและประเมินแนวทางการดำเนินการเบื้องต้นได้
บริการรับจด อย. เครื่องสำอาง รับปรึกษาและดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอาง สำหรับเจ้าของแบรนด์และผู้ประกอบการ
ติดต่อรับจด อย. เครื่องสำอาง
โทร: 0953544566 , 0969416269
Line: @fdainfotech
Email: wacinfotech2019@gmail.com