ขั้นตอนรับจด อย. อาหารเสริม ตั้งแต่เตรียมสูตรจนได้เลข อย.
อัพเดทล่าสุด: 17 เม.ย. 2026
2 ผู้เข้าชม

ขั้นตอนการรับจด อย. อาหารเสริม ตั้งแต่เตรียมสูตรจนได้เลข อย. (คู่มือสำหรับเจ้าของแบรนด์)
การสร้างแบรนด์อาหารเสริมกำลังเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ทั้งการขายออนไลน์และการสร้างแบรนด์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสามารถจำหน่ายอาหารเสริมได้อย่างถูกกฎหมาย สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การจด อย. อาหารเสริม หรือการขอเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หลายคนที่เริ่มต้นธุรกิจมักมีคำถามว่า ขั้นตอนการรับจด อย. อาหารเสริมเป็นอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การเตรียมสูตรไปจนถึงการได้รับเลข อย. อย่างครบถ้วน
การจด อย. อาหารเสริม คืออะไร
การจด อย. อาหารเสริม คือการยื่นขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าอาหารเสริมต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ผลิตภัณฑ์จะได้รับ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ซึ่งต้องแสดงบนฉลากสินค้า
เลข อย. เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ และยังช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานของหน่วยงานรัฐ
ขั้นตอนการรับจด อย. อาหารเสริม
การจด อย. อาหารเสริมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการยื่นเอกสารผ่านระบบของ อย. โดยขั้นตอนหลักสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. กำหนดสูตรอาหารเสริม
ขั้นตอนแรกของการจด อย. คือการกำหนดสูตรผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องระบุรายละเอียดของส่วนประกอบทั้งหมด เช่น
สารสำคัญ (Active Ingredients)
ปริมาณสารแต่ละชนิด
สารประกอบอื่น ๆ ในสูตร
รูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น แคปซูล เม็ด ผง หรือเครื่องดื่ม
สูตรอาหารเสริมต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. เช่น ปริมาณสารสำคัญต้องไม่เกินค่าที่กำหนด และต้องไม่ใช้สารต้องห้าม
หากสูตรไม่ถูกต้อง อาจทำให้การยื่นขอเลข อย. ไม่ผ่านการพิจารณา
2. เลือกโรงงานผลิตที่มีมาตรฐาน
การผลิตอาหารเสริมต้องดำเนินการในโรงงานที่ได้รับอนุญาตและมีมาตรฐาน เช่น
GMP (Good Manufacturing Practice)
มาตรฐานการผลิตอาหารเสริม
ข้อมูลของโรงงาน เช่น
ใบอนุญาตสถานที่ผลิต
เอกสารรับรองมาตรฐาน
จำเป็นต้องใช้ในการยื่นจด อย. หากโรงงานไม่มีใบอนุญาต การขอเลข อย. จะไม่สามารถดำเนินการได้
3. ออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ฉลากอาหารเสริมต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. โดยต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น
ชื่อผลิตภัณฑ์
ส่วนประกอบสำคัญ
ปริมาณสุทธิ
วิธีรับประทาน
คำเตือนตามกฎหมาย
ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
เลข อย.
หากฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ข้อความโฆษณาเกินจริง อาจทำให้การยื่นขออนุญาตถูกปฏิเสธ
4. เตรียมเอกสารสำหรับการจด อย.
เอกสารที่ใช้ในการจด อย. อาหารเสริมโดยทั่วไป ได้แก่
หนังสือรับรองบริษัท
สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ
ใบอนุญาตสถานที่ผลิต
สูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
รายละเอียดกระบวนการผลิต
แบบฉลากสินค้า
เอกสารเหล่านี้ต้องครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้การพิจารณาของ อย. เป็นไปอย่างรวดเร็ว
5. ยื่นคำขอผ่านระบบของ อย.
ปัจจุบันการจด อย. อาหารเสริมสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ อย. ได้ โดยผู้ยื่นต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับ
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
สูตรส่วนประกอบ
ข้อมูลผู้ผลิต
เอกสารประกอบทั้งหมด
หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่ส่งมา
6. การตรวจสอบและพิจารณาจาก อย.
เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ อย. จะทำการตรวจสอบในหลายด้าน เช่น
สูตรอาหารเสริม
ความปลอดภัยของส่วนประกอบ
ความถูกต้องของฉลาก
เอกสารประกอบ
หากพบข้อผิดพลาด อาจมีการให้แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมก่อนที่จะอนุมัติ
7. ได้รับเลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ผลิตภัณฑ์จะได้รับ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ซึ่งสามารถนำไปแสดงบนฉลากสินค้าและใช้ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เลข อย. ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ระยะเวลาการจด อย. อาหารเสริม
โดยทั่วไป การจด อย. อาหารเสริมจะใช้เวลาประมาณ
7 – 30 วันทำการ
ทั้งนี้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ความครบถ้วนของเอกสาร
ความซับซ้อนของสูตร
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
หากมีผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีประสบการณ์ช่วยดำเนินการ อาจช่วยให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริม
ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริมแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. ค่าธรรมเนียมของภาครัฐ
ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กับ อย. สำหรับการยื่นขอเลขสารบบอาหาร
2. ค่าดำเนินการ
หากใช้บริการบริษัทรับจด อย. จะมีค่าบริการในการจัดเตรียมเอกสาร ตรวจสอบสูตร และดำเนินการยื่นคำขอ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจแตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์และรายละเอียดของโครงการ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจด อย. อาหารเสริม
เจ้าของแบรนด์หลายรายมักเจอปัญหาในการจด อย. เนื่องจาก
- สูตรไม่ผ่านเกณฑ์ของ อย.
- ใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ฉลากสินค้าไม่ถูกต้อง
- เอกสารไม่ครบถ้วน
- การตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยื่นจด อย. จะช่วยลดโอกาสที่คำขอถูกปฏิเสธ
ทำไมหลายแบรนด์จึงเลือกใช้บริการรับจด อย. อาหารเสริม
แม้ว่าการจด อย. จะสามารถดำเนินการเองได้ แต่หลายแบรนด์เลือกใช้บริการ บริษัทรับจด อย. อาหารเสริม เนื่องจาก
- ช่วยตรวจสอบสูตรให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- ช่วยเตรียมเอกสารทั้งหมด
- ลดความผิดพลาดในการยื่นคำขอ
- ประหยัดเวลาในการดำเนินการ
- โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริม การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลกระบวนการทั้งหมดจะช่วยให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างราบรื่น
สรุป
การจด อย. อาหารเสริมเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องดำเนินการก่อนวางจำหน่ายสินค้า โดยกระบวนการเริ่มตั้งแต่การกำหนดสูตร เลือกโรงงานผลิต ออกแบบฉลาก เตรียมเอกสาร และยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หากเตรียมข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง การขอเลข อย. จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริม การศึกษาขั้นตอนการจด อย. อย่างละเอียด หรือใช้บริการผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ จะช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค
การสร้างแบรนด์อาหารเสริมกำลังเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ทั้งการขายออนไลน์และการสร้างแบรนด์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสามารถจำหน่ายอาหารเสริมได้อย่างถูกกฎหมาย สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การจด อย. อาหารเสริม หรือการขอเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หลายคนที่เริ่มต้นธุรกิจมักมีคำถามว่า ขั้นตอนการรับจด อย. อาหารเสริมเป็นอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การเตรียมสูตรไปจนถึงการได้รับเลข อย. อย่างครบถ้วน
การจด อย. อาหารเสริม คืออะไร
การจด อย. อาหารเสริม คือการยื่นขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าอาหารเสริมต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ผลิตภัณฑ์จะได้รับ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ซึ่งต้องแสดงบนฉลากสินค้า
เลข อย. เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ และยังช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานของหน่วยงานรัฐ
ขั้นตอนการรับจด อย. อาหารเสริม
การจด อย. อาหารเสริมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลของผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการยื่นเอกสารผ่านระบบของ อย. โดยขั้นตอนหลักสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. กำหนดสูตรอาหารเสริม
ขั้นตอนแรกของการจด อย. คือการกำหนดสูตรผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องระบุรายละเอียดของส่วนประกอบทั้งหมด เช่น
สารสำคัญ (Active Ingredients)
ปริมาณสารแต่ละชนิด
สารประกอบอื่น ๆ ในสูตร
รูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น แคปซูล เม็ด ผง หรือเครื่องดื่ม
สูตรอาหารเสริมต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. เช่น ปริมาณสารสำคัญต้องไม่เกินค่าที่กำหนด และต้องไม่ใช้สารต้องห้าม
หากสูตรไม่ถูกต้อง อาจทำให้การยื่นขอเลข อย. ไม่ผ่านการพิจารณา
2. เลือกโรงงานผลิตที่มีมาตรฐาน
การผลิตอาหารเสริมต้องดำเนินการในโรงงานที่ได้รับอนุญาตและมีมาตรฐาน เช่น
GMP (Good Manufacturing Practice)
มาตรฐานการผลิตอาหารเสริม
ข้อมูลของโรงงาน เช่น
ใบอนุญาตสถานที่ผลิต
เอกสารรับรองมาตรฐาน
จำเป็นต้องใช้ในการยื่นจด อย. หากโรงงานไม่มีใบอนุญาต การขอเลข อย. จะไม่สามารถดำเนินการได้
3. ออกแบบฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ฉลากอาหารเสริมต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. โดยต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น
ชื่อผลิตภัณฑ์
ส่วนประกอบสำคัญ
ปริมาณสุทธิ
วิธีรับประทาน
คำเตือนตามกฎหมาย
ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
เลข อย.
หากฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ข้อความโฆษณาเกินจริง อาจทำให้การยื่นขออนุญาตถูกปฏิเสธ
4. เตรียมเอกสารสำหรับการจด อย.
เอกสารที่ใช้ในการจด อย. อาหารเสริมโดยทั่วไป ได้แก่
หนังสือรับรองบริษัท
สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ
ใบอนุญาตสถานที่ผลิต
สูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
รายละเอียดกระบวนการผลิต
แบบฉลากสินค้า
เอกสารเหล่านี้ต้องครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อให้การพิจารณาของ อย. เป็นไปอย่างรวดเร็ว
5. ยื่นคำขอผ่านระบบของ อย.
ปัจจุบันการจด อย. อาหารเสริมสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ อย. ได้ โดยผู้ยื่นต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับ
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
สูตรส่วนประกอบ
ข้อมูลผู้ผลิต
เอกสารประกอบทั้งหมด
หลังจากยื่นคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่ส่งมา
6. การตรวจสอบและพิจารณาจาก อย.
เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ อย. จะทำการตรวจสอบในหลายด้าน เช่น
สูตรอาหารเสริม
ความปลอดภัยของส่วนประกอบ
ความถูกต้องของฉลาก
เอกสารประกอบ
หากพบข้อผิดพลาด อาจมีการให้แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมก่อนที่จะอนุมัติ
7. ได้รับเลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ผลิตภัณฑ์จะได้รับ เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ซึ่งสามารถนำไปแสดงบนฉลากสินค้าและใช้ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เลข อย. ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ระยะเวลาการจด อย. อาหารเสริม
โดยทั่วไป การจด อย. อาหารเสริมจะใช้เวลาประมาณ
7 – 30 วันทำการ
ทั้งนี้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ความครบถ้วนของเอกสาร
ความซับซ้อนของสูตร
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
หากมีผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่มีประสบการณ์ช่วยดำเนินการ อาจช่วยให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริม
ค่าใช้จ่ายในการจด อย. อาหารเสริมแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. ค่าธรรมเนียมของภาครัฐ
ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กับ อย. สำหรับการยื่นขอเลขสารบบอาหาร
2. ค่าดำเนินการ
หากใช้บริการบริษัทรับจด อย. จะมีค่าบริการในการจัดเตรียมเอกสาร ตรวจสอบสูตร และดำเนินการยื่นคำขอ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจแตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์และรายละเอียดของโครงการ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจด อย. อาหารเสริม
เจ้าของแบรนด์หลายรายมักเจอปัญหาในการจด อย. เนื่องจาก
- สูตรไม่ผ่านเกณฑ์ของ อย.
- ใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ฉลากสินค้าไม่ถูกต้อง
- เอกสารไม่ครบถ้วน
- การตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยื่นจด อย. จะช่วยลดโอกาสที่คำขอถูกปฏิเสธ
ทำไมหลายแบรนด์จึงเลือกใช้บริการรับจด อย. อาหารเสริม
แม้ว่าการจด อย. จะสามารถดำเนินการเองได้ แต่หลายแบรนด์เลือกใช้บริการ บริษัทรับจด อย. อาหารเสริม เนื่องจาก
- ช่วยตรวจสอบสูตรให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- ช่วยเตรียมเอกสารทั้งหมด
- ลดความผิดพลาดในการยื่นคำขอ
- ประหยัดเวลาในการดำเนินการ
- โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริม การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลกระบวนการทั้งหมดจะช่วยให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างราบรื่น
สรุป
การจด อย. อาหารเสริมเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องดำเนินการก่อนวางจำหน่ายสินค้า โดยกระบวนการเริ่มตั้งแต่การกำหนดสูตร เลือกโรงงานผลิต ออกแบบฉลาก เตรียมเอกสาร และยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หากเตรียมข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง การขอเลข อย. จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริม การศึกษาขั้นตอนการจด อย. อย่างละเอียด หรือใช้บริการผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ จะช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค
บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องมือแพทย์ ไม่ได้เหมือนกันทุกชิ้น เพราะแต่ละชนิดมี “ระดับความเสี่ยง” ที่แตกต่างกัน อย. จึงแบ่ง เครื่องมือแพทย์ออกเป็น 4 ประเภท (Class 1–4) เพื่อให้ควบคุมได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยต่อผู้ใช้
25 พ.ย. 2025
มอก. คืออะไร? สำคัญอย่างไรกับธุรกิจของคุณ พร้อมอธิบายประเภท ขั้นตอน และข้อดีของการมี มอก. สำหรับผู้ประกอบการ
18 มี.ค. 2026
รวมขั้นตอนการจด อย. อาหารแบบละเอียด ตั้งแต่เตรียมเอกสาร จดสถานที่ผลิต ออกแบบฉลาก จนได้รับเลขสารบบอาหาร เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจอาหาร
16 มี.ค. 2026


