เอกสารขออนุญาตโฆษณา อย. มีอะไรบ้าง? เช็กครบก่อนยื่น

เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตโฆษณา อย. มีอะไรบ้าง? เช็กให้ครบก่อนยื่น ลดโอกาสเอกสารตกหล่น
การทำโฆษณาสินค้าในกลุ่มอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจแล้วลงโฆษณาได้ทันที เพราะสินค้าหลายประเภทอยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้อง ขออนุญาตโฆษณา อย. ก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันการสื่อสารเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยคือ “เอกสารไม่ครบ” ทำให้การพิจารณาล่าช้า หรืออาจถูกตีกลับ บทความนี้จะสรุปให้ครบว่า เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตโฆษณา อย. มีอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้ยื่นเรื่องได้ง่ายขึ้นและช่วยทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับจากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
การขออนุญาตโฆษณา อย. คืออะไร?
การขออนุญาตโฆษณา อย. คือกระบวนการยื่นขออนุมัติข้อความ ภาพ เสียง หรือสื่อประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ก่อนนำไปใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาบน Facebook, TikTok, เว็บไซต์, Banner, Video หรือสื่อสิ่งพิมพ์
สินค้าที่มักต้องยื่นขออนุญาต เช่น
- อาหารเสริม
- อาหารทั่วไป
- เครื่องสำอาง
- เครื่องมือแพทย์
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
เอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตโฆษณา อย.
1. สำเนาใบอนุญาตหรือเลขสารบบอาหาร/เลขจดแจ้ง
เอกสารพื้นฐานที่สำคัญที่สุด คือเอกสารแสดงว่าสินค้าของคุณได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว เช่น
- เลข อย.
- ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
- ใบจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ใบอนุญาตนำเข้า/ผลิต
- เอกสารนี้ใช้ยืนยันสถานะทางกฎหมายของสินค้า
2. ตัวอย่างข้อความโฆษณา (Advertising Content)
ต้องแนบข้อความที่จะใช้โฆษณาอย่างละเอียด เช่น
- ข้อความบนภาพ
- Caption โฆษณา
- สคริปต์วิดีโอ
- คำพูดในคลิป
- Banner โฆษณา
- ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงข้อความโอ้อวดเกินจริง เช่น “เห็นผลทันที” หรือ “รักษาได้แน่นอน”
3. รูปภาพหรือ Artwork ที่ใช้โฆษณา
หากมีภาพประกอบ ต้องแนบไฟล์ Artwork หรือ Mockup เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมของข้อความและภาพรวม
ตัวอย่างเช่น
- ภาพโพสต์ Facebook
- ภาพแบนเนอร์เว็บไซต์
- ภาพยิงแอด
4. หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
หากผู้ยื่นเป็นบริษัท ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการ
เอกสารที่ควรเตรียม
- หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)
- สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ
5. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
หากให้บุคคลอื่นหรือบริษัทรับดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมเอกสารประกอบ เช่น
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
6. เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (ถ้ามีการกล่าวอ้าง)
หากโฆษณามีการกล่าวอ้างสรรพคุณ เช่น
- งานวิจัย
- ผลการทดลอง
- ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
- ต้องแนบเอกสารอ้างอิงเพื่อประกอบการพิจารณา
เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
- อาหารเสริม
- มักต้องใช้ฉลากสินค้าและรายละเอียดส่วนประกอบเพิ่มเติม
เครื่องสำอาง
ต้องมีเลขจดแจ้งและข้อมูลฉลากที่ตรงกับสินค้า
- อาหารนำเข้า
- อาจต้องใช้เอกสารนำเข้าเพิ่มเติม
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
หลายธุรกิจเสียเวลาเพราะเจอปัญหาเหล่านี้
- เอกสารไม่ครบ
- ข้อความโฆษณาเกินจริง
- แนบเลข อย. ไม่ถูกต้อง
- ใช้คำต้องห้าม
- รูปภาพกับข้อความไม่สอดคล้องกัน
- การตรวจสอบเอกสารก่อนยื่นจะช่วยลดเวลาแก้ไขได้มาก
ใช้บริการรับขออนุญาตโฆษณา อย. ดีกว่าอย่างไร?
หากไม่มีประสบการณ์ การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบเอกสารและข้อความโฆษณา จะช่วยให้
- ลดโอกาสถูกตีกลับ
- ยื่นเรื่องได้รวดเร็ว
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ปรับข้อความให้ถูกต้องตามเกณฑ์
เหมาะสำหรับแบรนด์อาหารเสริม เครื่องสำอาง และธุรกิจออนไลน์ที่ต้องยิงแอดเป็นประจำ
สรุป
การขออนุญาตโฆษณา อย. ไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น โดยเอกสารหลักที่ควรมี ได้แก่ เลข อย., ข้อความโฆษณา, Artwork, หนังสือรับรองบริษัท และเอกสารอ้างอิงต่าง ๆ
หากต้องการให้การยื่นเรื่องรวดเร็ว ผ่านง่าย และลดความผิดพลาด การใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า


