นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่? สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนนำสินค้ามาจำหน่ายในไทย
อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม

นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่? สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนนำสินค้ามาจำหน่ายในไทย
การนำเข้าอาหารจากต่างประเทศกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่ม อาหารเสริม วัตถุดิบ หรือสินค้าอาหารแปรรูปจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรป แต่คำถามที่ผู้ประกอบการหลายคนสงสัยคือ "นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่?"คำตอบคือ ส่วนใหญ่ "ต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)" ก่อนนำเข้าหรือจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและวัตถุประสงค์ในการนำเข้า
บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการขอ อย. สำหรับอาหารนำเข้า ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องใช้ และข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการนำเข้าสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทำไมอาหารนำเข้าต้องขอ อย.?
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหน้าที่กำกับดูแลอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และมีฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมาย
หากนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความเสี่ยง เช่น
- สินค้าถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากร
- ไม่สามารถนำสินค้าออกจำหน่ายได้
- ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- ถูกยึดหรือทำลายสินค้า
- ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
- ดังนั้น ก่อนนำเข้าสินค้าอาหารทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่
โดยทั่วไป อาหารที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอาหาร เช่น
- ขนมขบเคี้ยว
- ช็อกโกแลต
- ลูกอม
- เครื่องดื่ม
- น้ำผลไม้
- ชา
- กาแฟ
- อาหารกระป๋อง
- อาหารแช่แข็ง
- อาหารสำเร็จรูป
- เครื่องปรุงรส
- ซอส
- อาหารเพื่อสุขภาพ
- โปรตีนผง
- อาหารเสริม (อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น)
นำเข้าอาหารเพื่อใช้เอง ต้องขอ อย. หรือไม่?
หากเป็นการนำเข้าเพื่อบริโภคส่วนบุคคลในปริมาณเล็กน้อย อาจได้รับการยกเว้นในบางกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ปริมาณ และดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แต่หากนำเข้าเพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน
- TikTok Shop
- Shopee
- Lazada
- เว็บไซต์
- ร้านค้า
- ซูเปอร์มาร์เก็ต
- โดยทั่วไปจะต้องดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายก่อนจำหน่าย
1. ตรวจสอบประเภทของอาหาร
เริ่มจากตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในประเภทอาหารใด เพราะแต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
2. ขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร
ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการนำเข้า
3. เตรียมเอกสารของสินค้า
เช่น
- รายละเอียดผลิตภัณฑ์
- สูตรส่วนประกอบ
- ฉลากต้นฉบับ
- รูปภาพผลิตภัณฑ์
- เอกสารจากผู้ผลิต
- หนังสือมอบอำนาจ (หากมี)
- เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทอาหาร
อาหารนำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น
- ชื่ออาหาร
- ส่วนประกอบ
- ปริมาณสุทธิ
- วิธีเก็บรักษา
- วันผลิต/วันหมดอายุ (ตามข้อกำหนด)
- ชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้า
- ประเทศผู้ผลิต
- ข้อมูลผู้แพ้อาหาร (หากกฎหมายกำหนด)
- ข้อมูลโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่าย)
เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นคำขอผ่านระบบของ อย. และรอการพิจารณาตามขั้นตอน
เอกสารที่ใช้ในการขอ อย. อาหารนำเข้า
โดยทั่วไป ได้แก่
- หนังสือรับรองบริษัท
- หนังสือรับรองการจดทะเบียน
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ
- เอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
- สูตรส่วนประกอบ
- ฉลากสินค้า
- Certificate จากผู้ผลิต (หากเกี่ยวข้อง)
- หนังสือแต่งตั้งผู้นำเข้า (ถ้ามี)
- เอกสารอื่น ๆ ตามประเภทของอาหาร
หากไม่มี อย. แล้วนำเข้าจะเกิดอะไรขึ้น?
การนำเข้าอาหารโดยไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจส่งผลให้
- สินค้าถูกระงับการนำเข้า
- ไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากร
- ถูกสั่งเรียกคืนสินค้า
- ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ส่งผลเสียต่อธุรกิจและความน่าเชื่อถือของแบรนด์
- การปฏิบัติตามกฎหมายตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น
ก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อสินค้า ควรดำเนินการดังนี้
- ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์สามารถนำเข้าได้หรือไม่
- ตรวจสอบประเภทอาหาร
- เตรียมเอกสารจากโรงงานผู้ผลิตให้ครบถ้วน
- วางแผนการจัดทำฉลากภาษาไทย
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำเข้า เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา
Q : นำเข้าขนมจากญี่ปุ่น ต้องขอ อย. หรือไม่?
A : หากนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย โดยทั่วไปต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ก่อนวางจำหน่าย
Q : นำเข้าเครื่องดื่มจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่?
A : โดยทั่วไป เครื่องดื่มที่นำเข้าเพื่อจำหน่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาหาร และอาจต้องได้รับการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามประเภทของผลิตภัณฑ์
Q : ขายอาหารนำเข้าผ่านออนไลน์ ต้องมีเลข อย. หรือไม่?
A : หากผลิตภัณฑ์เข้าข่ายต้องได้รับการอนุญาต การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับการขายผ่านหน้าร้าน
Q : ใช้เวลาขอ อย. นานเท่าไร?
A : ระยะเวลาการพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร ความครบถ้วนของเอกสาร และขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงาน หากเอกสารถูกต้องและครบถ้วน การดำเนินการมักเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สรุป
หากคุณมีแผนนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่จำเป็นต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยขั้นตอนและเอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทของอาหาร
การเตรียมเอกสารให้ครบ ตรวจสอบประเภทสินค้า และจัดทำฉลากภาษาไทยให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการนำเข้า ทำให้สินค้าผ่านกระบวนการได้อย่างราบรื่น และสามารถวางจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
จดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ใช้เวลากี่วัน? รู้ขั้นตอน ระยะเวลา เอกสารที่ใช้ และสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมก่อนนำสินค้าออกจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
16 มิ.ย. 2026
ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้าอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น การตรวจสอบเลข อย. ก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
25 มิ.ย. 2026
ผู้ประกอบการจำนวนมากมักพบปัญหาเรื่องเอกสารไม่ครบ เอกสารไม่ถูกต้อง หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการยื่น จึงทำให้การอนุมัติล่าช้า บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารสำคัญในการขอ อย. เครื่องมือแพทย์ พร้อมแนวทางเตรียมตัวให้ถูกต้อง เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสอนุมัติได้เร็วขึ้น
26 พ.ค. 2026


