แชร์

นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่? สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนนำสินค้ามาจำหน่ายในไทย

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ค. 2026
194 ผู้เข้าชม
นำเข้าอาหารจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมเอกสารและขั้นตอนการขอ อย.

นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่? สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนนำสินค้ามาจำหน่ายในไทย

การนำเข้าอาหารจากต่างประเทศกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่ม อาหารเสริม วัตถุดิบ หรือสินค้าอาหารแปรรูปจากประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรป แต่คำถามที่ผู้ประกอบการหลายคนสงสัยคือ "นำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่?"

คำตอบคือ ส่วนใหญ่ "ต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)" ก่อนนำเข้าหรือจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและวัตถุประสงค์ในการนำเข้า

บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการขอ อย. สำหรับอาหารนำเข้า ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องใช้ และข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการนำเข้าสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทำไมอาหารนำเข้าต้องขอ อย.?
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหน้าที่กำกับดูแลอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และมีฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมาย

หากนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความเสี่ยง เช่น

  • สินค้าถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากร
  • ไม่สามารถนำสินค้าออกจำหน่ายได้
  • ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • ถูกยึดหรือทำลายสินค้า
  • ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
  • ดังนั้น ก่อนนำเข้าสินค้าอาหารทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่
อาหารประเภทใดที่ต้องขอ อย.?
โดยทั่วไป อาหารที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอาหาร เช่น

  • ขนมขบเคี้ยว
  • ช็อกโกแลต
  • ลูกอม
  • เครื่องดื่ม
  • น้ำผลไม้
  • ชา
  • กาแฟ
  • อาหารกระป๋อง
  • อาหารแช่แข็ง
  • อาหารสำเร็จรูป
  • เครื่องปรุงรส
  • ซอส
  • อาหารเพื่อสุขภาพ
  • โปรตีนผง
  • อาหารเสริม (อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น)
ทั้งนี้ ประเภทอาหารแต่ละชนิดอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนดำเนินการ

นำเข้าอาหารเพื่อใช้เอง ต้องขอ อย. หรือไม่?
หากเป็นการนำเข้าเพื่อบริโภคส่วนบุคคลในปริมาณเล็กน้อย อาจได้รับการยกเว้นในบางกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ปริมาณ และดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่หากนำเข้าเพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน
  • Facebook
  • TikTok Shop
  • Shopee
  • Lazada
  • เว็บไซต์
  • ร้านค้า
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • โดยทั่วไปจะต้องดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายก่อนจำหน่าย
ขั้นตอนการขอ อย. สำหรับอาหารนำเข้า
1. ตรวจสอบประเภทของอาหาร
เริ่มจากตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์จัดอยู่ในประเภทอาหารใด เพราะแต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน

2. ขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร
ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการนำเข้า

3. เตรียมเอกสารของสินค้า
เช่น
  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์
  • สูตรส่วนประกอบ
  • ฉลากต้นฉบับ
  • รูปภาพผลิตภัณฑ์
  • เอกสารจากผู้ผลิต
  • หนังสือมอบอำนาจ (หากมี)
  • เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทอาหาร
4. จัดทำฉลากภาษาไทย
อาหารนำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น
  • ชื่ออาหาร
  • ส่วนประกอบ
  • ปริมาณสุทธิ
  • วิธีเก็บรักษา
  • วันผลิต/วันหมดอายุ (ตามข้อกำหนด)
  • ชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้า
  • ประเทศผู้ผลิต
  • ข้อมูลผู้แพ้อาหาร (หากกฎหมายกำหนด)
  • ข้อมูลโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่าย)
5. ยื่นคำขอและรอการอนุมัติ
เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นคำขอผ่านระบบของ อย. และรอการพิจารณาตามขั้นตอน

เอกสารที่ใช้ในการขอ อย. อาหารนำเข้า
โดยทั่วไป ได้แก่
  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ
  • เอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
  • สูตรส่วนประกอบ
  • ฉลากสินค้า
  • Certificate จากผู้ผลิต (หากเกี่ยวข้อง)
  • หนังสือแต่งตั้งผู้นำเข้า (ถ้ามี)
  • เอกสารอื่น ๆ ตามประเภทของอาหาร
ทั้งนี้ เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

หากไม่มี อย. แล้วนำเข้าจะเกิดอะไรขึ้น?
การนำเข้าอาหารโดยไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจส่งผลให้
  • สินค้าถูกระงับการนำเข้า
  • ไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากร
  • ถูกสั่งเรียกคืนสินค้า
  • ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ส่งผลเสียต่อธุรกิจและความน่าเชื่อถือของแบรนด์
  • การปฏิบัติตามกฎหมายตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น
คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นนำเข้าอาหาร
ก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อสินค้า ควรดำเนินการดังนี้
  • ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์สามารถนำเข้าได้หรือไม่
  • ตรวจสอบประเภทอาหาร
  • เตรียมเอกสารจากโรงงานผู้ผลิตให้ครบถ้วน
  • วางแผนการจัดทำฉลากภาษาไทย
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำเข้า เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : นำเข้าขนมจากญี่ปุ่น ต้องขอ อย. หรือไม่?
A : หากนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย โดยทั่วไปต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของ อย. ก่อนวางจำหน่าย

Q : นำเข้าเครื่องดื่มจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. หรือไม่?
A : โดยทั่วไป เครื่องดื่มที่นำเข้าเพื่อจำหน่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาหาร และอาจต้องได้รับการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามประเภทของผลิตภัณฑ์

Q : ขายอาหารนำเข้าผ่านออนไลน์ ต้องมีเลข อย. หรือไม่?
A : หากผลิตภัณฑ์เข้าข่ายต้องได้รับการอนุญาต การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับการขายผ่านหน้าร้าน

Q : ใช้เวลาขอ อย. นานเท่าไร?
A : ระยะเวลาการพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร ความครบถ้วนของเอกสาร และขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงาน หากเอกสารถูกต้องและครบถ้วน การดำเนินการมักเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


สรุป
หากคุณมีแผนนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่จำเป็นต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำสินค้าออกจำหน่าย โดยขั้นตอนและเอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทของอาหาร

การเตรียมเอกสารให้ครบ ตรวจสอบประเภทสินค้า และจัดทำฉลากภาษาไทยให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการนำเข้า ทำให้สินค้าผ่านกระบวนการได้อย่างราบรื่น และสามารถวางจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง
จด อย. ให้ผ่านเร็ว เปิดขั้นตอนครบ พร้อมขายทันที อัปเดตล่าสุด
แนะนำขั้นตอนจด อย. แบบละเอียด พร้อมเทคนิคให้ผ่านเร็ว เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์อาหาร เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ครบจบในบทความเดียว
25 พ.ย. 2025
ภาพเปรียบเทียบโรงงานผลิตมาตรฐาน GMP กับขั้นตอนเอกสารและการจดทะเบียนสินค้า มีพนักงานในห้องผลิต เครื่องจักรผลิตครีม และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวางบนโต๊ะทำงานพร้อมเอกสารจำนวนมาก สื่อถึงความแตกต่างระหว่าง GMP และ อย.
GMP กับ อย. คืออะไร ต่างกันอย่างไร? รวมความเข้าใจเรื่องมาตรฐานโรงงานและการขอ อย. สำหรับอาหารเสริม เครื่องสำอาง และสินค้าเพื่อสุขภาพ
20 พ.ค. 2026
หลักเกณฑ์การจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ก่อนยื่น อย. และการประเมินความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์
การ จด อย. เครื่องมือแพทย์ หรือการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในประเทศไทย บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักเกณฑ์การจัดประเภทเครื่องมือแพทย์ วิธีพิจารณาความเสี่ยง Class 1–4 เอกสารที่ควรเตรียม ไปจนถึงสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนยื่น อย.
11 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy