ขั้นตอนนำเข้าสินค้า ต้องขอ อย. อย่างไร? คู่มือครบสำหรับผู้นำเข้า
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม

ขั้นตอนนำเข้าสินค้า ต้องขอ อย. อย่างไร? คู่มือสำหรับผู้นำเข้ามือใหม่
การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือวัตถุอันตราย สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้คือ “สินค้าหลายประเภทจำเป็นต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้า” หากไม่มีใบอนุญาตหรือเอกสารครบ อาจถูกยึดสินค้า ปรับ หรือไม่สามารถวางขายได้อย่างถูกกฎหมาย
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ ขั้นตอนนำเข้าสินค้าและการขอ อย. แบบละเอียด เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินการได้ถูกต้อง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
อย. คืออะไร? ทำไมสินค้านำเข้าต้องขออนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ “อย.” เป็นหน่วยงานที่ควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น
- อาหารและอาหารเสริม
- เครื่องสำอาง
- เครื่องมือแพทย์
- วัตถุอันตราย
- ยาและสมุนไพร
หากสินค้านำเข้าของคุณอยู่ในกลุ่มดังกล่าว จำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนนำเข้าสินค้าเข้าประเทศ
ประเภทสินค้าที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า
1. อาหารและอาหารเสริม (จด อย. อาหาร คลิก)
เช่น วิตามิน โปรตีน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารแปรรูป
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร
- เลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
2. เครื่องสำอาง (จด อย. เครื่องสำอาง คลิก)
เช่น ครีม เซรั่ม โลชั่น สกินแคร์ น้ำหอม
สิ่งที่ต้องดำเนินการ:
- จดแจ้งเครื่องสำอาง
- แจ้งสูตรและฉลากสินค้า
3. เครื่องมือแพทย์ (จด อย. เครื่องมือแพทย์ คลิก)
เช่น หน้ากาก เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจสุขภาพ
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องมือแพทย์
- ขึ้นทะเบียนตามประเภทความเสี่ยงของสินค้า
4. วัตถุอันตราย (จด อย. วัตถุอันตราย คลิก)
เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ สารเคมีบางชนิด
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตวัตถุอันตราย
- เอกสารความปลอดภัยสินค้า (MSDS)
ขั้นตอนนำเข้าสินค้าและขอ อย.
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบประเภทสินค้า
ก่อนเริ่มนำเข้า ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าของคุณอยู่ในหมวดใด และอยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. หรือไม่
สิ่งที่ควรตรวจสอบ:
- ประเภทสินค้า
- ส่วนประกอบ
- วิธีใช้งาน
- ข้อกำหนดฉลาก
หากวิเคราะห์ผิดประเภท อาจทำให้ยื่นเอกสารผิดและเสียเวลา
ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาตนำเข้า
ผู้นำเข้าสินค้าต้องมี:
- หนังสือรับรองบริษัท
- วัตถุประสงค์ครอบคลุมการนำเข้า
- ภ.พ.20
- สถานที่เก็บสินค้า
ในบางกรณี อย. อาจตรวจสถานที่เก็บสินค้าและคลังสินค้าเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมเอกสารสำหรับยื่น อย.
เอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทสินค้า แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย
- หนังสือรับรองบริษัท
- ใบอนุญาตนำเข้า
- ฉลากสินค้า
- รายละเอียดส่วนประกอบ
- Certificate of Free Sale (CFS)
- เอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ
- ผลการทดสอบสินค้า (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 4 ยื่นคำขอผ่านระบบ อย.
ปัจจุบันสามารถยื่นเอกสารออนไลน์ผ่านระบบของ อย. ได้ในหลายประเภทสินค้า
หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ:
- ความถูกต้องของเอกสาร
- สูตรสินค้า
- ฉลากและข้อความโฆษณา
- มาตรฐานความปลอดภัย
หากเอกสารครบ จะเข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 5 รับเลข อย. และเริ่มนำเข้า
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับ:
- เลขสารบบอาหาร
- เลขจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ใบอนุญาตนำเข้า
- เอกสารรับรองตามประเภทสินค้า
จึงสามารถนำเข้าสินค้าและวางจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นำเข้าสินค้าไม่มี อย. มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
หากนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเกิดปัญหา เช่น
- สินค้าถูกยึดที่ด่านศุลกากร
- ถูกปรับตามกฎหมาย
- ถูกระงับการขายออนไลน์
- สูญเสียความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ดังนั้นการดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว
ใช้บริการรับจด อย. ดีอย่างไร
หลายธุรกิจเลือกใช้บริการที่ปรึกษาหรือบริษัทรับจด อย. เพราะช่วย:
- ตรวจเอกสารก่อนยื่น
- วิเคราะห์ประเภทสินค้า
- ลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับ
- ประหยัดเวลา
- ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและฉลากสินค้า
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่และแบรนด์ที่ต้องการเริ่มขายเร็ว
สรุป
การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทย จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าเข้าข่ายต้องขอ อย. หรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตราย
การเตรียมเอกสารให้ครบ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจนำเข้าสินค้าได้อย่างราบรื่น ลดปัญหาทางกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือวัตถุอันตราย สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้คือ “สินค้าหลายประเภทจำเป็นต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนนำเข้า” หากไม่มีใบอนุญาตหรือเอกสารครบ อาจถูกยึดสินค้า ปรับ หรือไม่สามารถวางขายได้อย่างถูกกฎหมาย
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ ขั้นตอนนำเข้าสินค้าและการขอ อย. แบบละเอียด เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินการได้ถูกต้อง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
อย. คืออะไร? ทำไมสินค้านำเข้าต้องขออนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ “อย.” เป็นหน่วยงานที่ควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น
- อาหารและอาหารเสริม
- เครื่องสำอาง
- เครื่องมือแพทย์
- วัตถุอันตราย
- ยาและสมุนไพร
หากสินค้านำเข้าของคุณอยู่ในกลุ่มดังกล่าว จำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนนำเข้าสินค้าเข้าประเทศ
ประเภทสินค้าที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า
1. อาหารและอาหารเสริม (จด อย. อาหาร คลิก)
เช่น วิตามิน โปรตีน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารแปรรูป
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร
- เลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
2. เครื่องสำอาง (จด อย. เครื่องสำอาง คลิก)
เช่น ครีม เซรั่ม โลชั่น สกินแคร์ น้ำหอม
สิ่งที่ต้องดำเนินการ:
- จดแจ้งเครื่องสำอาง
- แจ้งสูตรและฉลากสินค้า
3. เครื่องมือแพทย์ (จด อย. เครื่องมือแพทย์ คลิก)
เช่น หน้ากาก เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจสุขภาพ
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องมือแพทย์
- ขึ้นทะเบียนตามประเภทความเสี่ยงของสินค้า
4. วัตถุอันตราย (จด อย. วัตถุอันตราย คลิก)
เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ สารเคมีบางชนิด
สิ่งที่ต้องขอ:
- ใบอนุญาตวัตถุอันตราย
- เอกสารความปลอดภัยสินค้า (MSDS)
ขั้นตอนนำเข้าสินค้าและขอ อย.
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบประเภทสินค้า
ก่อนเริ่มนำเข้า ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าของคุณอยู่ในหมวดใด และอยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. หรือไม่
สิ่งที่ควรตรวจสอบ:
- ประเภทสินค้า
- ส่วนประกอบ
- วิธีใช้งาน
- ข้อกำหนดฉลาก
หากวิเคราะห์ผิดประเภท อาจทำให้ยื่นเอกสารผิดและเสียเวลา
ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนบริษัทและขอใบอนุญาตนำเข้า
ผู้นำเข้าสินค้าต้องมี:
- หนังสือรับรองบริษัท
- วัตถุประสงค์ครอบคลุมการนำเข้า
- ภ.พ.20
- สถานที่เก็บสินค้า
ในบางกรณี อย. อาจตรวจสถานที่เก็บสินค้าและคลังสินค้าเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมเอกสารสำหรับยื่น อย.
เอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทสินค้า แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย
- หนังสือรับรองบริษัท
- ใบอนุญาตนำเข้า
- ฉลากสินค้า
- รายละเอียดส่วนประกอบ
- Certificate of Free Sale (CFS)
- เอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ
- ผลการทดสอบสินค้า (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 4 ยื่นคำขอผ่านระบบ อย.
ปัจจุบันสามารถยื่นเอกสารออนไลน์ผ่านระบบของ อย. ได้ในหลายประเภทสินค้า
หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ:
- ความถูกต้องของเอกสาร
- สูตรสินค้า
- ฉลากและข้อความโฆษณา
- มาตรฐานความปลอดภัย
หากเอกสารครบ จะเข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 5 รับเลข อย. และเริ่มนำเข้า
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับ:
- เลขสารบบอาหาร
- เลขจดแจ้งเครื่องสำอาง
- ใบอนุญาตนำเข้า
- เอกสารรับรองตามประเภทสินค้า
จึงสามารถนำเข้าสินค้าและวางจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นำเข้าสินค้าไม่มี อย. มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
หากนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเกิดปัญหา เช่น
- สินค้าถูกยึดที่ด่านศุลกากร
- ถูกปรับตามกฎหมาย
- ถูกระงับการขายออนไลน์
- สูญเสียความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ดังนั้นการดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว
ใช้บริการรับจด อย. ดีอย่างไร
หลายธุรกิจเลือกใช้บริการที่ปรึกษาหรือบริษัทรับจด อย. เพราะช่วย:
- ตรวจเอกสารก่อนยื่น
- วิเคราะห์ประเภทสินค้า
- ลดโอกาสเอกสารถูกตีกลับ
- ประหยัดเวลา
- ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและฉลากสินค้า
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่และแบรนด์ที่ต้องการเริ่มขายเร็ว
สรุป
การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทย จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าเข้าข่ายต้องขอ อย. หรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตราย
การเตรียมเอกสารให้ครบ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจนำเข้าสินค้าได้อย่างราบรื่น ลดปัญหาทางกฎหมาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ มีหน้าที่และข้อกฎหมายต่างกันอย่างไร? เข้าใจให้ชัดก่อนเริ่มธุรกิจและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง
25 พ.ย. 2025
รวมขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอางกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เอกสารที่ใช้ ค่าใช้จ่าย และวิธีขอเลขจดแจ้งสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ
13 มี.ค. 2026
หลายคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจด้านสุขภาพหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มักสงสัยว่า จด อย. เครื่องมือแพทย์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง และต้องเตรียมข้อมูลอย่างไรให้ครบถ้วนเพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกตีกลับ บทความนี้จะช่วยอธิบายขั้นตอนสำคัญ พร้อมแนะนำเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้เจ้าของแบรนด์สามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
7 เม.ย. 2026


